• สถานการณ์การใช้มาตรฐาน HL7 FHIR ในปัจจุบัน
            HL7 FHIR เป็นมาตรฐานที่กำลังได้รับความสนใจจากนักพัฒนาและองค์กรต่างๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากพัฒนาอยู่บนมาตรฐานเว็บไซต์ที่แพร่หลาย
    อยู่แล้ว จึงมีเครื่องมือและชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่ช่วยนักพัฒนาเป็นจำนวนมาก และได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Apple, Google, Microsoft และ Amazon เป็นต้น ซึ่งต่างพัฒนาอุปกรณ์และระบบที่รองรับมาตรฐาน HL7 FHIR นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับองค์กรที่กำกับมาตรฐาน (Standards Development Organizations: SDOs) ต่างๆ เพื่อกำหนดมาตรฐานร่วมกัน เช่น ร่วมมือกับ IHE International เพื่อกำหนดมาตรฐานชุดข้อมูลสำหรับการแลกเปลี่ยน (IHE profiles) บนมาตรฐาน HL7 FHIR และร่วมมือกับ DICOM เพื่อกำหนดมาตรฐานการส่งข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพทางการแพทย์ (Image-related Resources) รวมทั้งยังมีร่วมมือกับ openEHR เพื่อศึกษา
    แนวทางการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน เป็นต้น

  •         ปัจจุบันมีหลายประเทศได้กำหนดโปรไฟล์กลางเพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพภายในประเทศ ได้แก่ US Core ของประเทศสหรัฐอเมริกา AU Base ของประเทศออสเตรเลีย และ Care Connect ของประเทศอังกฤษ เป็นต้น และยังมีโปรไฟล์ที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพระหว่างประเทศ เช่น International Patient Summary (IPS), Trillium II และ IHE Profiles เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ
    ที่นำโครงสร้างข้อมูลของ HL7 FHIR พัฒนา เช่น โครงการ Argonaut ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักพัฒนาระบบสารเทศสุขภาพรายใหญ่และผู้ให้บริการสุขภาพในสหรัฐอเมริกา และโครงการ Smart On FHIR ที่เป็นสถาปัตยกรรมสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เป็นต้น
            สำหรับประเทศไทยนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้บรรจุมาตรฐาน HL7 FHIR เป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาสารสนเทศสุขภาพ เพื่อให้เกิด
    การแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

                                     

                                   รูปภาพ : แผนภาพแสดงแนวคิดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขโดยใช้มาตรฐาน HL7 FHIR

            ปัจจุบันมีหลายโครงการที่ทดลองนำมาตรฐาน HL7 FHIR มาใช้เป็นในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ เพื่อลดต้นทุนการพัฒนาระบบสารสนเทศที่มีความซ้ำซ้อน สามารถนำข้อมูลที่เก็บตามรูปแบบมาตรฐานมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันได้ เช่น โครงการระบบสารสนเทศเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาล (HIE) ของสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (สวข.) โครงการพัฒนารูปแบบการบูรณาการและการจัดระบบสารสนเทศบริการสุขภาพในเครือข่ายปฐมภูมิ ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และโครงการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลบริการสุขภาพย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เป็นต้น