• FHIR มีการพัฒนาอย่างไร
            ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุปกรณ์เคลื่อนที่ (mobile devices) และอุปกรณ์สวมใส่ (wearable devices) เริ่มเข้ามามีบทบาทในการดูแลสุขภาพ จึงมีความต้องการที่จะเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพประชาชน (Personal Health Records: PHR) และข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records: EMR) มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของประชาชน ซึ่งมาตรฐานเดิมอย่าง HL7 v2 นั้นพัฒนาอยู่บนเทคโนโลยีเก่าและขาดการออกแบบโครงสร้างข้อมูลที่ดี ส่วน HL7 v3 RIM (Reference Information Model) นั้นแม้จะมีการออกแบบโครงสร้างข้อมูลที่ดี แต่ก็มีความซับซ้อมมากเกินไปจึงนำมาใช้งานจริงได้ยาก ขณะที่มาตรฐาน HL7 CDA (Clinical Document Architecture) นั้นเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบของเอกสารทางการแพทย์ จึงไม่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน
            ทาง Grahame Grieve จึงได้เสนอมาตรฐานใหม่ เรียกว่า FHIR (Fast Healthcare Interoperability Resources) ซึ่งพัฒนาอยู่บนมาตรฐานเทคโนโลยีเว็บ (web technologies) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และมีเครื่องมือ (tools) รวมทั้งชุดคำสั่งสำเร็จรูป (libraries) ต่างๆ ให้นักพัฒนาสามารถเลือกใช้เป็นจำนวนมาก โดย HL7 FHIR นั้นแบ่งประเภทชุดข้อมูลตามวัตถุประสงค์การใช้งาน เรียกว่า ทรัพยากร (resources) ซึ่งประกอบด้วย
    4 ส่วนหลัก ได้แก่

  •         - ข้อมูลเบื้องต้น (Resource Identity & Metadata) เป็นส่วนบอกรายละเอียดเบื้องต้นของทรัพยากร ได้แก่ รหัสบ่งชี้ (identity)
    รวมทั้งรายละเอียดการปรับปรุงข้อมูลล่าสุด
            - ข้อมูลสำหรับผู้ใช้ (Narrative) เป็นส่วนที่จะแสดงให้ผู้ใช้ทราบถึงข้อมูลสำคัญทั้งทางคลินิกและการกระบวนการที่ระบุอยู่ในทรัพยากร
    เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
            - ข้อมูลตามโครงสร้างมาตรฐาน (Standard Data) เป็นองค์ประกอบข้อมูลพื้นฐาน (core data elements) ที่เพียงพอให้ระบบสารสนเทศต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยยึดตามหลักการ 80/20
            - ข้อมูลส่วนขยาย (Extension) เป็นส่วนที่ระบุองค์ประกอบข้อมูลเพิ่มเติม ที่ไม่มีอยู่ในองค์ประกอบข้อมูลพื้นฐาน

                                               

                                                                      รูปภาพ : ตัวอย่างชุดข้อมูลผู้ป่วย (Patient Resource) ในรูปแบบภาษา XML

            แต่ละชุดข้อมูลของทรัพยากร (resource instance) จะถูกระบุตำแหน่งเก็บข้อมูลในรูปแบบของตัวบ่งชี้ทรัพยากร (Uniform Resource Identifier: URI) ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ตำแหน่งอ้างอิงเซิร์ฟเวอร์ (Server Base URL) ที่ใช้เก็บข้อมูล ประเภททรัพยากร (Resource Type) และรหัสบ่งชี้ (ID) ที่ใช้ระบุชุดข้อมูลที่ต้องการ โดยใช้ชุดคำสั่งมาตรฐานเว็บทั่วไปคือ CRUD (Create, Read, Update, Delete) ในการจัดการชุดข้อมูล

                                               
                                                                      รูปภาพ : ลักษณะการเก็บและการจัดการข้อมูลในมาตรฐาน HL7 FHIR

            มาตรฐาน HL7 FHIR นั้นรองรับทั้งรูบแบบภาษา XML (Extensible Markup Language) และ JSON (JavaScript Object Notation)
    ซึ่งเป็นภาษาที่นักพัฒนาส่วนใหญ่คุ้นเคยอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังรองรับรูปแบบภาษา RDF (Resource Description framework)
    ซึ่งเป็นโครงสร้างการเก็บข้อมูลเชิงความหมายและความสัมพันธ์กันเชิงแผนภาพ (graph database)